หลักการและเหตุผล
ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความเจริญทางด้านวัตถุ และระบบทุนนิยมที่ครอบงำการดำเนินชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน ทำให้เกิดค่านิยมการแสวงหาอำนาจ แสวงหาบารมี โดยไม่ได้สนใจและคำนึงถึงวิธีการที่จะได้สิ่งเหล่านี้มาครอบครอง ส่งผลให้สังคมไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยเรื่องของวัตถุเงินทอง คอยแต่จะเป็นผู้รับในสิ่งที่ผู้อื่นหยิบยกให้แต่ไม่สนใจที่จะเป็นผู้ให้แก่สังคม เมื่อคนจำนวนหนึ่งในสังคมเต็มไปด้วยความอยากได้ใคร่ดีก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ตระหนักถึงสำนึกแห่งการให้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ตระหนักว่าการเป็นผู้ให้ย่อมมีคุณค่ามากกว่าการเป็นผู้รับ และการให้เหล่านี้จะเกิดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อคนในสังคมต้องมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า "จิตสาธารณะ"

การปลูกฝังให้เกิดความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมเป็นคุณธรรมจริยธรรมที่ควรจะเกิดขึ้นในใจของบุคคลโดยทั่วไปโดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่น เนื่องมาจากชุมชนท้องถิ่นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยพื้นฐานที่เป็นการรวมตัวกันของครอบครัว จากหลายๆ ครอบครัวจึงกลายเป็นชุมชนขึ้นมา ซึ่งในชุมชนหนึ่งๆ ก็จะประกอบไปด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กและเยาวชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ ผู้บริหารดูแลชุมชน และข้าราชการในท้องที่ เป็นต้น ซึ่งการปลูกฝังนี้จะเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดจาก "ภายใน" เสียก่อน คือ การสอนให้รู้จักเสียสละ ร่วมแรงร่วมใจ ให้ความร่วมมือในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม อีกทั้งช่วยกันลดปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคมโดยส่วนรวม

จิตสาธารณะหรือ Public Mind หมายถึง การตระหนักรู้และคำนึงถึงส่วนรวมหรือ "สาธารณะ" ร่วมกัน เพราะสาธารณะเป็นสิ่งที่มิได้เป็นของผู้หนึ่งผู้ใด จิตสาธารณะจึงเป็นความรู้สึกสำนึกถึงการเป็นเจ้าของในสิ่งที่เป็นสาธารณะในสิทธิและหน้าที่ที่จะดูแลและบำรุงรักษาร่วมกัน เช่น การช่วยกันรักษาดูแลสิ่งแวดล้อม การดูแลรักษาสาธารณสมบัติ ให้ได้ใช้ประโยชน์ที่คุ้มค่า หรือการร่วมมือกระทำเพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรือช่วยแก้ปัญหาที่ไม่ขัดต่อกฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าในการสร้างจิตสาธารณะเพื่อให้เกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นนั้น จำเป็นต้องมีการปลูกฝังอย่างเนิ่นๆ และต่อเนื่อง โดยต้องสร้างให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของชุมชนตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อตนเองก่อนซึ่งเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานต่อการรับผิดชอบต่อสังคม เช่น การรู้จักความพอดีและประหยัด การประพฤติตัวให้เหมาะสม การตรงต่อเวลา เป็นต้น สิ่งที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้นกับชุมชนต่อไปคือ ความรับผิดชอบต่อสังคมที่ตนเองอาศัยและชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเป็นการช่วยเหลือสังคม ไม่ทำให้ผู้อื่นหรือสังคมต้องเดือดร้อน เช่น มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว โรงเรียน และครู มีความรับผิดชอบต่อเพื่อนหรือผู้อื่น มีความรับผิดชอบในฐานะเป็นพลเมือง เป็นต้น

ภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในฐานะของสถาบันการศึกษาซึ่งมีหน้าที่หลักในการให้ความรู้และผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเพียบพร้อมทั้งคุณธรรมและจริยธรรมออกสู่สังคม ในส่วนหน้าที่รองสถาบันการศึกษามีหน้าที่ในการให้บริการวิชาการแก่สังคมไม่ว่าจะเป็นชุมชน หรือองค์กรต่างๆ เพื่อให้ชุมชนหรือองค์กรนั้นมีความรู้ที่จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสำนึกจิตสาธารณะ จึงได้กำหนดจัด โครงการ "ห้องเรียนชีวิต...เพื่อชุมชนจิตสาธารณะ" ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นจาก 6 พื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี อันได้แก่ 1) ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง อำเภอคลองหลวง 2) ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองคลองหลวง อำเภอคลองหลวง 3) ชุมชนในตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง 4) ชุมชนในตำบลบางพูด อำเภอเมือง 5) ชุมชนในตำบลสามโคก อำเภอสามโคก และ 6) ชุมชนในตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคก ในปีการศึกษา 2554 โดยดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2554 ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตรังสิต)

ทั้งนี้ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการฯ จะได้นำไปบูรณาการกับการเรียนการสอนในหลากหลายวิชา อันได้แก่ รายวิชา ปช.303 การบริหารข้อมูลเชิงวิเคราะห์ของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิชา ปช.308 การบริหารความสัมพันธ์เชิงบูรณาการ ปช.403 การบริหารเอกลักษณ์ ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงองค์กร วิชา ปช.406 การสื่อสารผ่านกิจกรรมและโครงการสนับสนุน วิชา ฆณ.405 คอมพิวเตอร์กราฟฟิก วิชา วย.435 การบรรยายเหตุการณ์พิเศษ และวิชา ภย.304 ศิลปะการเล่าเรื่อง รวมทั้งนำไปบูรณาการกับการวิจัย ซึ่งโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ข้อที่ 1 ด้านการเสริมสร้างองค์กรให้มีความสามารถแข่งขันได้ดีและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนของคณะนิเทศศาสตร์ที่เน้นการเสริมสร้างวัฒนธรรมคุณภาพที่เน้นคุณภาพผลงาน โดยส่งเสริมให้มีการพัฒนาการให้บริการทางวิชาการแก่สังคมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเสริมสร้างกลไกการประสานงานระหว่างหน่วยงานสนับสนุนวิชาการกับภาคเอกชน ชุมชน สังคม ให้หลากหลาย ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาจิตสำนึกสาธารณะเพื่อชุมชนของคนรุ่นใหม่ "คนสามวัย...หัวใจเดียวกัน ตอน ชุมชนสีขาว" ที่ร่วมกับชมรมผู้สูงอายุและแกนนำชุมชนของตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จัดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน เมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งในการดำเนินโครงการ "ห้องเรียนชีวิต...เพื่อชุมชนจิตสาธารณะ" นี้ ชุมชนคลองสี่จะทำหน้าเป็นชุมชนพี่เลี้ยงร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คอยให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินงาน

ในการนำความรู้และประสบการณ์จากโครงการฯ ไปบูรณาการกับการเรียนการสอนนี้ คณาจารย์จะได้มีการจัดเสวนาเวทีสาธารณะ "ห้องเรียนชีวิต" โดยจะมีการเชิญตัวแทนชุมชนท้องถิ่นจาก 6 พื้นที่เป้าหมายร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับอาจารย์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อนำมาบูรณาการกับการเรียนการสอน ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างระบบกลไกของการเรียนรู้ผ่านห้องเรียน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และวางแผนการดำเนินงาน "ห้องเรียนชีวิต...เพื่อชุมชนจิตสาธารณะ" ที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2554 ต่อไป ซึ่งเป็นรูปแบบของการร่วมมือกันสร้างสรรค์โครงการบริการวิชาการแก่สังคมอย่างผสมผสานกันระหว่างชุมชนและมหาวิทยาลัยกรุงเทพ อันเป็นการแสดงถึงคุณค่าของคำว่า "จิตสาธารณะ" ที่เริ่มจากความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อไปถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนและสังคมที่ยั่งยืนและนำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ผู้ปฏิบัติการในการพัฒนาและบริการสังคมแก่ชุมชน



วัตถุประสงค์
  • 1. เพื่อส่งเสริมให้ 70% ของอาจารย์ในภาควิชาการประชาสัมพันธ์ ภาควิชาการโฆษณา ภาควิชา วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และภาควิชาภาพยนตร์นำผลลัพธ์ของการจัดโครงการพัฒนาจิตสำนึกสาธารณะเพื่อชุมชนของคนรุ่นใหม่ "คนสามวัย..หัวใจเดียวกัน ตอนชุมชนสีขาว" ที่ได้จัดขึ้นเมื่อปีการศึกษา 2553 มาบูรณาการกับการเรียนการสอนแบบสหวิทยาการ กล่าวคือ อาจารย์ในรายวิชา ปช.303 ปช.308 ปช.403 ปช.406 ฆณ.405 วิชา วย.435 และ ภย.304 ได้กำหนดแนวทางการเรียนการสอนร่วมกัน เพื่อหาสาระความเชื่อมโยงกระบวนการการเรียนการสอนร่วมกัน โดยร่วมกันสร้างสรรค์โครงการ "ห้องเรียนชีวิต...เพื่อชุมชนจิตสาธารณะ" ขึ้นมา แต่ในส่วนรายวิชาแต่ละวิชา อาจารย์แต่ละท่านจะแยกสอนตามรายวิชาที่ตนเองรับผิดชอบในการสอน

  • 2. เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ 70% ของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ที่ร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของ "การมีจิตสาธารณะ" ภายในเดือนกันยายน 2554

  • 3. เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของ "การมีจิตสาธารณะ" นำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้จากการโครงการฯ ไปประยุกต์ใช้และต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

  • 4. เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice) ภายใต้แนวคิด "การมีจิตสาธารณะ"

  • 5. เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นจาก 6 พื้นที่เป้าหมายที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ได้จริงและเป็นรูปธรรม

  • 6. เพื่อสร้างแผนบริหารความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพกับชุมชนท้องถิ่นจาก 6 พื้นที่เป้าหมายที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ได้จริงและเป็นรูปธรรม

  • 7. เพื่อสร้างให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพและชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่เป้าหมาย โดยร่วมกันแสดงความเอาใจใส่ชุมชน แบ่งปันข้อมูลความรู้ ลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในชุมชน โดยมีการจัดเวทีสาธารณะ "ห้องเรียนชีวิต" เพื่อพบปะพูดคุยระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชนในพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้น 4 วัน ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตรังสิต)

  • 8. เพื่อพัฒนาและสร้างระบบการบริหารจัดการข้อมูลของชุมชนในพื้นที่เป้าหมายอย่างเป็นระบบ และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพกับชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่เป้าหมายผ่านกิจกรรมและสื่อประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • 9. เพื่อกระตุ้นให้ 70% ของชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของชุมชน ร่วมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ มหาวิทยาลัยกรุงเทพเกิด "จิตสำนึกสาธารณะ" โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้และการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย อันจะนำมาซึ่งความเข้าใจในบทบาทการใช้ชีวิตเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม รู้จักคิด มองเหตุการณ์ต่างๆ ตามเหตุและผลเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา พัฒนา และบริการสังคม

  • 10. เพื่อนำประสบการณ์และความรู้ที่ได้จากจากดำเนินโครงการไปบูรณาการกับการวิจัยและงานสร้างสรรค์ เพื่อก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ รวมทั้งสามารถนำผลของการวิจัยไปใช้และเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม



กลุ่มเป้าหมายโครงการ
  • 1. ชุมชนในพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดปทุมธานีที่อยู่โดยรอบมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  • 2. สถานบันการศึกษา สถาบันศาสนา และสถาบันสื่อมวลชนท้องถิ่น
  • 3. หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
  • 4. สื่อมวลชนระดับชาติ
  • 5. ผู้สนับสนุนโครงการ
  • 6. ประชาชนทั่วไปที่สนใจ



ประมวลภาพโครงการ