โครงการ “3-3-9 สังคมสร้างสรรค์...ปั่นรักษ์ ปันรู้”

หลักการและเหตุผล
สังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมเปิดที่ยอมรับฟังในทุกความคิดเห็นและทุกความแตกต่างและเนื่องจาก ความเจริญทางด้านเทคโนโลยีที่การสื่อสารที่ทันสมัยรวมกับระบบทุนนิยมแบบวัตถุนิยมที่แผ่ขยายไปทั่วโลก จึงทำให้สังคมเปิดรับง่ายแบบสังคมไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยค่านิยมต่างประเทศที่ถูกรับมา โดยปราศจากการยั้งคิดหรือตรึกตรองซึ่งส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนไทย โดยพัฒนาจากความต้องการพื้นฐานในการดำเนินชีวิตมาสู่ค่านิยมทางด้านการบริโภคที่มุ่งเน้นในเรื่องของวัตถุเป็นสำคัญจนขาดอัตลักษณ์ในความเป็นชาติพันธุ์ และกระหายที่จะสนองความต้องการของตนโดยไม่ได้คำนึงถึงวิธีการที่จะได้สิ่งเหล่านี้มาครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรต่างๆที่มีอย่างฟุ่มเฟือยและขาดสติจนมองไม่เห็นคุณค่าของทรัพยากรเหล่านั้น มนุษย์ยิ่งบริโภคมากเท่าใดก็ยิ่งทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งผลิตเพื่อตอบสนองการบริโภคที่มากขึ้นก็ยิ่งต้องใช้พลังงานและยิ่งก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นตามมา

สภาวะโลกร้อน (Global Warming) เป็นปัญหาใหญ่ของโลกเรามายาวนานและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปัญหานี้ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อทุกชีวิตบนผืนโลกและยังมีแนวโน้มว่าปัญหานี้จะขยายความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นมหาอุทกภัยในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา ดังนั้นหากต้องการลดสภาวะโลกร้อนนั้น มนุษย์ทุกคนต้องตระหนักถึงปัญหาและร่วมมือกันดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยการประหยัดพลังงาน ลดพฤติกรรมการบริโภคลง และถนอมใช้ทรัพยากรทุกอย่างอย่างรู้คุณค่า ในภาวะวิกฤติพลังงาน การขี่จักรยานก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราทุกคนสามารถช่วยกันลดพฤติกรรมการใช้พลังงานลงได้และเป็นการลดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราและของโลก ตลอดจนสร้างบรรยากาศชุมชนให้เกิดสภาวะอากาศที่บริสุทธิ์

จังหวัดปทุมธานีเป็นแหล่งศิลปะและวัฒนธรรมมอญที่สำคัญอีกแห่งหนึงของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอคลองหลวง และอำเภอสามโคก แหล่งคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศูนย์รวมความรู้และภูมิปัญญา ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอันสืบทอดกันมายาวนานของคนไทยเชื้อสายมอญ และยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

การจัดกิจกรรมการปั่นจักรยานลดโลกร้อนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบันนี้ โดยสร้างจิตสำนึกให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเรียนรู้ ที่จะใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันอย่างรู้คุณค่า ในทุกมิติของอัตลักษณ์และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางโครงสร้าง วัฒนธรรมสังคมรวมทั้งสานต่อและพัฒนาองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน

ทางภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดโครงการ “3-3-9 สังคมสร้างสรรค์...ปั่นรักษ์ ปันรู้” ซึ่งเป็นโครงการบริการวิชาการแก่สังคม ลงไปพัฒนาพื้นที่ชุมชน อำเภอเมือง อำเภอคลองหลวง และอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง "แหล่งเรียนรู้คู่ชุมชน" โดยการบูรณาการองค์ความรู้ในแต่ละสาขาวิชามาใช้ให้เป็นประโยชน์ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงจากโครงการ เพื่อสร้างประสบการณ์วิชาชีพให้กับนักศึกษาผู้ที่จะสำเร็จเป็นบัณฑิตนิเทศศาสตร์ในอนาคตต่อไป



วัตถุประสงค์
  • 1. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันและให้บริการวิชาการอันเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและชุมชนในพื้นที่

  • 2. เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเป็นการลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน

  • 3. เพื่อชี้ให้กลุ่มเป้าหมายตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือเพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน

  • 4. เพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมความร่วมมือลดปัญหาภาวะโลกร้อน

  • 5. เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและส่งเสริมการออกกำลังกายโดยการใช้จักรยาน

  • 6. เพื่อให้นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชา PR 406 ได้นำความรู้ทางทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติเกี่ยว กับกลยุทธ์และการจัดกิจกรรมพิเศษ อันจะเป็นการฝึกฝนกระบวนการคิด ทักษะและแก้ปัญหารวมทั้ง เพื่อเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์ในวิชาชีพทางด้านการจัดกิจกรรมพิเศษ



แนวความคิดหลัก
"ปั่นรักษ์ ปันรู้” เป็นการเรียนรู้วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรม ร่วมกันระหว่างชุมชนกับชุมชนผ่านการปั่นจักยานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อรณรงค์การลดการใช้พลังงานในภาวะวิกฤติพลังงาน



รูปแบบกิจกรรม
กิจกรรมปั่นจักรยานโดยจะปั่นเป็นคู่ ( ผู้เข้าร่วมปั่นประมาณ 200 คู่) ไม่จำกัดเพศวัยและรูปแบบจักรยาน โดยกิจกรรมหลักเป็นการปันจักรยานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (รวมระยะทาง 33 กิโลเมตร แวะชม 9 วัด) ที่เป็น แหล่งเรียนรู้คู่ชุมชน ที่สำคัญในเขตพื้นที่อำเภอคลองหลวง และอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี และภายใน บริเวณงานจะมีจัดซุ้มเกม นิทรรศการให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมย่อย และเวทีกลาง ซี่งบริเวณเวทีกลาง จะมีการแสดงโชว์ มินิคอนเสริต์ และการแสดงของนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ โดยมุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดี กับผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงานและชุมชนที่จัดงาน และให้ตระหนักถึง คุณค่าของสิ่งแวดล้อมทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีและค่านิยมโดยค่าเข้าร่วมกิจกรรมคนละ 339 บาท (คู่ละ 678 บาท) โดยรายได้หลังจาก หักค่าใช้จ่ายจะนำไปใช้ เพื่อบูรณะวัดและโบราณสถานที่สำคัญในเขตพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอคลอง- หลวงและอำเภอ สามโคกต่อไป



วันเวลาและสถานที่จัดกิจกรรม
เดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555
• ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี (หลังเก่า-พ.ศ.2460)
• วัดบางนา
• วัดไก่เตี้ย
• วัดสิงห์
• วัดสะแก
• วัดตำหนัก
• วัดบางเตยกลาง
• วัดเจดีย์ทอง
• วัดมหิงษาราม
• วัดโบสถ์
• วัดเชิงท่า



ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  • 1. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ร่วมกันและร่วมมือเพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน

  • 2. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความสุขกายและใจสอดแทรกสาระความรู้ เสริมสร้างความรักษ์ในการดำเนินชีวิต

  • 3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและส่งเสริมการออกกำลังกายโดยใช้จักรยาน

  • 4. นักศึกษาที่ร่วมจัดกิจกรรมได้เรียนรู้ร่วมกันในการประยุกต์ใช้ทฤษฎีนำไปสู่การปฎิบัติจริง ก่อประโยชน์แก่สังคม และเกิดประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพ

  • 5. ผู้ร่วมสนับสนุนโครงการ สื่อมวลชน และมหาวิทยาลัย ได้ร่วมมือกันส่งเสริมกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม นำมาซึ่งชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กรเพื่อส่งเสริมการและให้บริการวิชาการอันเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน และชุมชนในพื้นที่